| | หมู่บ้านด่านเกวียน |
| |
 ด่านเกวียน เป็นหมู่บ้านหนึ่งของ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 224 นม. - โชคชัย ตัดผ่านกลางหมู่บ้าน ซึ่งมีร้านค้าเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนเรียงรายอยู่สองฟากฝั่งและมีลำน้ำมูลทอดขนานอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออก
ประวัติ แต่เดิมนั้นพ่อค้าจากนางรอง-บุรีรัมย์-สุรินทร์-ขุนหาญ-ขุขันธ์ เรื่อยไปจนถึงเขมรจะเดินทางมาเข้าติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวโคราชและมักจะพักกองคาราวานเกวียนกันเป็นประจำจนได้ชื่อว่าหมู่บ้านว่า 'บ้านด่านเกวียน' และในขณะพักกองเกวียน พ่อค้าเหล่านั้นก็มักจะนำดินจากสองฟากฝั่งลำน้ำมูลมาทำภาชนะใช้สอยต่างๆ เช่น โอ่ง อ่าง ไหปลาร้า ฯลฯ โดยลอกเลียนแบบจากชนชาวข่าว ซึ่งเป็นกล่มชนที่อาศัยในพื้นที่แต่เก่าก่อน หลังจากนั้นเมื่อนำภาชนะเหล่านั้นกลับภูมิลำเนาของตนและด้วยคุณภาพพิเศษของภาชนะทั้งในด้านสีสัน ความคงทนต่อการใช้งาน จึงทำให้ภาชนะด่านเกวียนเป็นที่นิยมชมชอบของผู้คนจนได้รับการเผยแพร่มากขึ้นเป็นลำดับ กระทั่งได้รับความสนใจยิ่งจนกลายเป็นสินค้าหนึ่งในการค้าขายกันในยุคอดีตจนปัจจุบัน
ลักษณะเฉพาะของเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนนั้นอยู่ที่ดินที่นำมาใช้ กล่าวคือ ดินด่านเกวียนเป็นดินเหนียว เนื้อละเอียดที่ขุดขึ้นมาจากริมฝั่งแม่น้ำมูล(ซึ่งห่างออกไปจากทางหลวง 224 ประมาณื 2-3 กม.) ในพื้นที่ที่ชาวบ้านเรียกว่า 'กุด' หรือแม่น้ำด้วน (ลักษณะลำน้ำที่คดเคี้ยว กัดเซาะตลิ่งจนขาดและเกิดลำน้ำด้วนขึ้น ส่วนที่เป็นแนวกัดเซาะจะกลายเป็นแหล่งทับถมดิน ดินดังกล่าวนี้เป็นดินซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษง่ายต่อการขึ้นรูป ทนทานต่อการเผา ไม่บิดเบี้ยวหรือแตกง่าย และที่น่าสนใจยิ่งขึ้น ดินนี้เมื่อถูกเผาจะให้สีโดยธรรมชาติเป็นสีแดงซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากธาตุเหล็ก หรือสนิมเหล็กที่มีอยู่จำนวนมากในเนื้อดิน
|
| | การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติทับลาน |
| |
 ศูนย์การจัดการอุทยานแห่งชาติทับลาน สาขา (ลำปลายมาศ) 'หาดชมตะวัน' ความเป็นมา
หาดชมตะวัน เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทับลาน มีเนื้อที่ประมาณ 254,016 ไร่ อยู่ในเขต อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ครอบคลุมพื้นที่ 6 ตำบล คือ 1. ต.เสิงสาง 2.ต.โนนสมบูรณ์ 3 ต.สระตะเคียน 4. ต.กุดโบสถ์ 5.ต.สุขไพบูลย์ และ 6. ต.บ้านราษฏร์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสลับภูเขาประกอบด้วยธรรมชาติที่สวยงาม มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า เช่น ป่าไม้ สัตว์ป่า และนกนานาชนิดที่อาศัยอยู่
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในศูนย์การจัดการอุทยานแห่งชาติทับลาน กระจายอยู่ทั่ว เขื่อนลำปลายมาศ เป็นเขื่อนตามโครงการพระราชดำริ กั้นลำปลายมาศในเขต อ.เสิงสาง มีขนาดความจุ 98 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นเขื่อนดินประเภท Zone Type แกนดินเหนียว สูง 32 เมตร ยาว 1,100 เมตร สันเขื่อนกว้าง 8 เมตร ซึ่งบริเวณสันเขื่อนสามารถเดินชมทัศนียภาพที่สวยงามทั้งยามเช้าและเย็น เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนและรับประทานอาหาร
หาดชมตะวัน อยู่ภายในศูนย์ฯ ที่ 4 (ลำปลายมาศ) สามารถลงเล่นน้ำได้ตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์ที่สวยงามมากโดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์กำลังโรยตัวลง จะได้ชมแสงสีทองที่สะท้อนลงเหนือเขื่อน นอกจากนั้นยังมีเรือและแพ ไว้คอยบริการนำชมธรรมชาติรอบๆ เขื่อน
ต้นตะเคียนทองยักษ์ อยู่ห่างจากศูนย์ฯ ประมาณ 10 กม. เดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 5 กม. และเดินทางอีกประมาณ 5 กม. จะถึงต้นตะเคียน ชมความสมบูรณ์ของป่าไม้สองข้างทางระหว่างทางเดินทาง เมื่อถึงต้นตะเคียงจะได้พบกับความมหัศจรรย์ของต้นได้ขนาดใหญ่ มีขนาด 14 คนโอบหรือประมาณ 15.60 อายุ 1,000 ปี ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนพันธุ์ไม้ตะเคียนทองของกรมป่าไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ
แก่งหินวังเสถียรและวังผีเสื้อ อยู่ภายในศูนย์ฯ ที่ 4 (ลำปลายมาศ) เดินทางโดยทางเรือ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 500 เมตร ลักษณะเป็นลำธารและแก่งหิน มีน้ำไหลลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ อีกทั้งยังมีผีเสื้อมาก
ถ้ำพระ อยู่ภายในศูนย์ฯ เช่นเดียวกัน เดินทางโดยทางเรือออกจากหาดใช้เวลาประมาณ 15 นาที และเดินทางอีก 500 เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวบ้านใกล้เคียงและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสักการะบูชา
ถ้ำพรรคคอมมิวนิสต์ อยู่ห่างจากศูนย์ฯ ประมาณ 5 กม. เดินทางโดยรถยนตื แสดงถึงความเป็นประวัติศาสตร์ของอำเภอเสิงสาง ครั้งหนึ่งในอดีตเคยมีการสู้รบระหว่างราชการกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งใช้เป็นที่หลบภัยในยามศึกสงครามอันเป็นประวัติศาสตร์ที่ควรอนุรักษ์ไว้เป็นสถานศึกษาทางธรรมชาติของอนุชนรุ่นหลังสืบไป
สิ่งอำนวยความสะดวกและการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ศูนย์ฯ มีสถานที่พักไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืนโดยมีบ้านพักรับรอง สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัผสกับธรรมชาติ ก็มีสถานที่กางเต็นท์จัดไว้ให้ มีลานสันทนาการ สำหรับนักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่มหรือหมู่คณะที่ต้องมาทำกิจกรรม เข้าค่ายพักแรม สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการท่องเที่ยว มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ประจำอยู่บนสำนักงานตลอดเวลาทำการทุกวัน ติดต่อสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวได้ที่ สำนักงานศูนย์การจัดการฯ (ลำปลายมาศ) ต.บ้านราษฏร์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา 30330 โทร. 0-4443-8092,0-1966-7246,0-1999-3385,0-1890-2388
การเดินทาง จากนครราชสีมาใช้เส้นทาง 2119 ครบุรี - เสิงสาง 89 กม. หรือ จาก อ.เสิงสาง -หาดชมตะนวัน 15 กม.
ข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว 1. ก่อนเข้าหาดฯ ต้องเสียค่าธรรมเนียม 2..โปรดรักษาความสะอาด 3. ไม่ขีดเขียนข้อความในโฆษณาใดๆ ในบริเวณหาด 4.ไม่ส่งเสียงรบกวนผู้อื่น 5.ปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อบังคับของหาดฯ 6.หากมีข้อสงสัยหรือปัญหา ใดๆโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่
|
| | วัดป่าหลักร้อย |
| |
อยู่ที่บ้านหลักร้อย หมู่ 9 ต.โนนไทย ทางหลวงหมายเลข 205 (นครราชสีมา - ชัยภูมิ) ระยะทางจากตัวเมือง ประมาณ 18 กม. แยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1 กม. ที่นี่เป็นอุทยานการศึกษาและศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ มีการจัดสร้างรูปปูนปั้นต่าง ๆ แสดงเรื่องราวของนรก สวรรค์ คติสอนใจเกี่ยวกับบาป บุญ คุณ โทษ ให้ทำดีละเว้นความชั่ว เกรงกลัวต่อบาป นอกจากนั้น ยังจัดให้มีการอบรมปฏิบัติธรรมขึ้นเป็นประจำทุกปี ระหว่างวันที่ 24 มิ.ย. - 4 ก.ค. รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดการฝึกอบรมด้านจริยธรรมแก่สถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วัดป่าหลักร้อย โทรศัพท์ 0-4438-1076
|
| | กลุ่มทอผ้าไหมบ้านหลุ่งประดู่ |
| |
ชาวบ้านในพื้นที่มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมมา ช้านาน โดยมีกรรมวิธีการทอหลากหลาย ความหนาของเนื้อผ้าตามประเภทการใช้งาน และการย้อมสีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยใช้สีย้อมจากธรรมชาติไม่ใช่สีเคมี เช่น สีแดงจากครั่ง สีฟ้าจากดอกอัญชัญ สีดำจากผลมะเกลือ สีเขียวจากใบหูกวาง ที่นี่มีศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวสามารถชมและเลือกซื้อสินค้า สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กล่มทอผ้าไหมบ้านหลุ่งประดู่ ต.หลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา โทรศัพท์ 0-4433-9114-7, 0-9582-6025, 0-9580-9291
|
| | เที่ยวหาดจอมทอง ทะเลเมืองโคราช |
| |
หาดจอมทอง อยู่ในบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนลำมูลบน ใกล้กับเขาจอมทอง ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี มีความกว้างของหาดจากแนวริมน้ำขึ้นมาเฉลี่ย 80 ม. ยาว 800 ม. เป็นหาดที่เกิดขึ้นจากการนำทรายหยาบมลงไว้ตลอดแนวทั้งหมด ทำให้มีบริเวณพื้นที่ชายหาดและบริเวณที่สามารถลงเล่นน้ำได้ มีบริการให้เช่าห่วงยาง เรือถีบ เก้าอี้พับ ร่มชายหาดและเรือแพ การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้มี 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรก ออกจากตัวเมืองนครราชสีมา ใช้เส้นทางนครราชสีมา - โชคชัย - ครบุรี ระยะทาง 525 กม. ถึงตัว อ.ครบุรี ใช้เส้นทางลาดยางชลประทานมูลบน-ลำแซะ ที่อ.ครบุรี-หาดจอมทอง ระยะทางประมาณ 17 กม. รวมระยะทางจากตัวจังหวัด-ครบุรี-หาดจอมทอง ประมาณ 69 กม. เส้นทางที่ 2 ออกจากตัวจังหวัด ไป อ.ปักธงชัย จนถึงสามแยกปอแดง(ทางหลวงหมายเลข 304 กบนินทร์บุรี) เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางกรมชลประทาน-ปอแดง ประมาณ 20 กม. ถึงเขื่อนมูลบนจากเขื่อนฯ ไปอีก 5 กม. ถึงหาดจอมทอง รวมระยะทางจากตัวนครราชสีมา-ปักธงชัย-หาดจอมทอง ประมาณ 60 กม.
สาเหตุที่ตั้งชื่อแห่งนี้ว่า หาดจอมทอง เนื่องจากว่าใกล้กับหาดแห่งนี้มีภูเขาลูกหนึ่งมีลักษณะคล้ายจอมปลวก มีชื่อว่าเขาจอมทอง มีเรื่องเล่าขานว่าในสมัยโบราณบนยอดเขาแห่งนั้นมีถ้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่แห่งหนึ่งและในถ้ำแห่งนั้นจะมีผ้าวิเศษอยู่ ทุกปีที่ชาวบ้านจัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุขจะมีตัวแทนชาวบ้านเดินทางขึ้นไปยอดเขาแห่งนี้เพื่อนำผ้ามาร่วมพิธีบวงสรวงดังกล่าว หลังเสร็จพิธีก็จะนำผ้าผืนนั้นขึ้นไปเก็บไว้ในถ้ำเหมือนเดิม ต่อมามีคนไปลบหลู่ถ้ำแห่งนี้จึงทำให้ถ้ำถล่มจนปิดลง ชาวบ้านจึงไม่ได้ขึ้นไปนำผ้าลงมาร่วมพิธีบวงสรวงอีกเลย จึงเหลือเป็นเพียงเรื่องเล่าต่อมาจนถึงปัจจุบัน
|
| | วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม |
| |
อยู่บริเวณเขาสีเสียดอ้า หมู่บ้านกลางดง ทางฝั่งขวาของทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) หลักกม.ที่ 150 มีทางแยกเข้าไปอีก 2 กม. จะ มีถนนลาดยางเข้าไปถึงวัด ที่วัดนี้มีพระพุทธรูปปางสมาธิสีขนวขนาดใหญ่ชื่อว่า "พระพุทธสกลสีมามงคล" ตั้งตระหง่านมองเห็นได้จากถนนมิตรภาพ ทางขึ้นไปยังองค์พระพุทธรูปมีบันไดสองทางคือ ทางซ้ายและทางขวาขององค์พระพุทธรูปสร้างโค้งเว้าในลักษณะรูปใบโพ บันไดทั้งหมดมี 1,250 ขั้น หมายถึง จำนวนพระอรหันต์ที่ไปชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมายในวันมาฆบูชา องค์พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่เหนือพื้นดิน 112 เมตร หรือ 56 วา หมายถึง พระพุทธคุณ 56 ประการ องค์พระสูง 45 เมตร หมายถึง พระพุทธองค์โปรดเวไนยสัตว์อยู่ 45 พรรษา หรือเรียกว่า ทรงทำพุทธกิจอยู่ 45 พรรษา หลังจากที่ตรัสรู้แล้ว
|
| | ฟาร์มโชคชัย |
| |
อยู่ห่างจากตัวเมืองนคราชสีมา ประมาณ 100 กม. บริเวณหลัก กม.ที่ 159 บนถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2 ) เส้นทางสระบุรี - นครราชสีมา เป็นฟาร์มโคนมมาตรฐานที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ในเอเซีย บนพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ มีกิจกรรม ต่าง ๆ เช่น การเลี้ยงโคมนมในวัยต่าง ๆ การฝึกม้า การต้อนโคด้วยม้าสไตล์คาวบอย การแสดงโชว์สุนัขแสนรู้ และอีกมากมาย เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวันยกเว้นวันจันทร์ ระหว่างเวลา 09.00 - 15.30 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 180 บาท ชาวต่างชาติ 300 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0-4432-8485 , 0-4436-1173
|
| | ปราสาทหินพนมวัน |
| |
ตั้งอยู่ที่บ้านมะค่า ต.บ้านโพธิ์ สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 เข้าใจเป็นเทวสถาน ต่อมาภายหลังดัดแปลงเป็นพุทธสถาน จากจารึกที่พบที่ปราสาทหินพนมวัน เรียกปราสาทแห่งนี้ว่า "เทวาศรม" อาคารของโบราณสถานที่เห็นในปัจจุบันมีปรางค์จตุรมุขเป็นประธานหลักหัหน้าสู่ทิศตะวันออกและมีมณฑปอยู่ด้านหน้าโดยมีฉนวน (ทางเดิน) เชื่อมระหว่างอาคารทั้งสองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปรางค์มีอาคารก่อด้วยหินทราบสีแดง เรียกว่า ปรางค์น้อย ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบปราสาทหินมีระเบียงคดสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง ล้อมเป็นกำแพงมีโคปุระ (ทางเข้า) ทั้ง 4 ทิศ บริเวณรอบ ๆ นอกปราสาท มีร่องรอยของคูน้ำและสระน้ำรวมทั้งเนินดินด้านทิศตะวันออกห่างจากโบราณสถานประมาณ 270 เมตร เรียกว่า "เนินอรพิมพ์" บนเนินนี้ยังปรากฏร่องรอยของศิลาแลงที่ถูกนำมาจัดเรียงเป็นแนวอยู่บ้าง การเดินทางจากตัวเมืองใช้เส้นทางสายนครราชสีมา - ขอนแก่น (ทางหลวงหมายเลข 2) ระยะทางประมาณ 15 กม. จะมีทางแยกขวามือมีป้ายบอกทางเข้าปราสาท เลี้ยวขวาเข้าไปตามทางลายยางอีก 5 กม.
|
| | lสวนสัตว์นครราชสีมา |
| |
 สวนสัตว์นครราชสีมา ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง 19 กม. ไปตามถนนสายราชสีมา - ปักธงชัย มีพื้นที่ 545 ไร่ เน้นการจัดแสดงสัตว์ป่าแอฟริการเป็นหลัก คอกสัตว์กว้างขวาง สัตว์ป่าอยู่อย่างสบาย นอกจากนี้ยังให้มีสวนพักผอ่นหย่อนใจที่ร่มรื่นสวยงาม ระบบการเที่ยวชมสะดวกสบายปลอดภัย ด้วยรถไฟเล็ก จักรยานหรือทางเดินชมที่ร่มรื่น ส่วนบริการอื่น ๆ ที่จะสร้างความประทับใจให้แก่ทุกคนในครอบครัว เช่น สวนสัตว์เด็ก สวนไดโนเสาร์ อาคารแสดงนกเพนกวินและแมวน้ำ อาคารสัตว์หากินกลางคืน ลานเครื่องเล่น พลาซ่า จักรยานนาวา และพิเศษสุดที่จะสร้างความแปลกใหม่สำหรับภูมิภาคนี้คือ การแสดงความสามารถของแมวน้ำแสนรู้ เที่ยวสวนสัตว์ฯ ประหยัด ปลอดภัยได้บรรยากาศธรรมชาติ
เวลาทำการ 08.00-17.00 ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท นักเรียน 5 คนพิการ คนชรา พระภิกษุ ฟรี ค่าจอดรถ รถจักรยานยนต์ 10 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 50 บาท รถโดยสาร 60 บาท ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สวนสัตว์นครราชสีมา 111 หมู่ 1 ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา โทร. 0-4435-7354-6 โทรสาร -0-4435-7354
|
| | ห้องไทยศึกษานิทัศน์ |
| |
 เป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดง 'วัสดุทางวัฒนธรรมของอีสาน' ที่ชาวบ้านอีสานยังคงผลิตและใช้ประโยชน์ในวิถีชีวิตประจำวันวัสดุทางวัฒนธรรมที่รวบรวมไว้ในห้องไทยศึกษานิทัศน์มีจำนวนมากกว่า 2,000 ชิ้น และแบ่งหมวดหมู่วัสดุออกเป็น 3 กลุ่มที่สำคัญ ได้แก่ 1. เครื่องจักสานไม้ไผ่ 2. ผ้าทอและเครื่องน่งห่ม และ 3. เครื่องปั้นดินเผา และห้องนี้ยังได้จัดนิทรรศการย่อยขึ้นชุดหนึ่งภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีระหว่างปี พ.ศ.2538 - ปัจจุบัน เพื่อแสดงวัสดุทางวัฒนธรรมชุดต่าง ๆ และความหมายของวัสดุเหล่านี้ที่มีต่อวิถีชีวิตของชาวอีสาน รวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการศึกษาและวิจัย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สาขาวิชาศึกษาทั่วไป สำนักวิชาเทคโนโลยีสังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา โทรศัพท์ 044-224212 โทรสาร 224-205
|
| | อุทยานผีเสื้อเฉลิมพระเกียรติ SUT BUTTERFLY PARK |
| |
สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ในงานแสดงเกษตรและอุตสาหกรรมโลก 95 (worldtech '95) ลักษณะภายในอาคารและบริเวณโดยรอบมีพื้นที่เป็นเกาะขนาด 260 ตารางเมตร มีธารน้ำล้อมรอบภายในมีกรงตาข่ายโปร่งขนาด 5.5 ม. ประกอบด้วยธารน้ำตก บ่อน้ำ น้ำพุ่ สะพานข้าม และจัดพื้นที่เป็นสวนไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้พืชอาหาร และต้นไม้สำหรับให้ผีเสื้อวางไข่ มีผีเสื้อหลากพันธุ์ ตลอดทั้งปี บริเวณรอบกรงภายในตัวอาคารจัดเป็นห้องฉาย วีดีทัศน์ ห้องประชุม ห้องเลี้ยงตัวอ่อน ห้องขายของที่ระลึก ห้องนิทรรศการ ที่เน้นเฉพาะรายละเอียดเรื่องผีเสื้อ ด้านหลังอาคารเป็นสวนพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ประกอบด้วย ต้นไม้ใหญ่ พืชอาหารและไม้ดอกไม้ประดับ มีที่นั่งเป็นระยะ ทางเดินวนโดยรอบเหมาะแก่การพักผ่อนและศึกษาธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง
สนใจเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โครงการกิจกรรมและโครงการพิเศษ เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 111 ถ.มหาวิทยาลัย ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000 โทรศัพท์ 044-224-850, 044-224-819 โทรสาร 044-224-814
|
| | พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
| |
พิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย และ พิพิธภัณฑ์หนึ่งในเจ็ดแห่งของโลก ที่มีการจัดแสดงซากดึกดำบรรพ์ หรือ ฟอสซิล ของสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้กลายเป็นหิน (Petrified wood)อายุ 170 - 0.7 ล้านปีก่อน ซึ่งมีแหล่งพบที่โดดเด่นอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ แต่ที่มีหลายชนิด หลากสีสันและสวยงามทีสุด (แห่งทวีปเอเซีย) เห็นจะหนีไม่พ้นที่ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณ ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นอกจากนี้ ยังมีการแสดงฟอสซิลไดโนเสาร์อีก 2 ประเภท คือ ฟอสซิลไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ทั้งพันธุกินพืช และพันธุ์กินเนื้อ ซึ่งค้นพบในพื้นที่ใกล้เคียงอีกทั้งฟอสซิล่ของช้างโบราณ่จากบ่อทราย อ.เฉลิมพระ-เกียรติ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่าช้างแมมมอธในไซบีเรีย ขณะนี้พบแล้วถึง 8 สกุล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีประวัติความเป็นมาในเชิงธรณีวิทยาแตกต่างจากภาคอื่น ๆ เป็นผลให้มีสภาพภูมิประเทศและทรัพยากรธรณี เช่นเกลือหิน เกลือโพแทซ และก๊าซธรรมชาติแตกต่างจากภูมิภาคอื่น จึงเหมาะสมเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินฯ ซึ่งทรงคุณค่าด้วยความโดดเด่นหลายประการดังกล่าว
สถานที่ตั้ง เลขที่ 184 ถ.มิตรภาพ - หนองปลิง หมู่ที่ 7 บ้านโกรกเดือนห้า ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ห่างจากตัวเมืองประมาณ 23 กม.
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการทราบคำตอบเหล่านี้ หรือสนใจเรื่องของ หิน แร่ เชิญพิสูจน์และค้นหาคำตอบได้ด้วยตัวคุณเองได้ที่ โทรศัพท์ 044-254-000 ต่อ 1202 โทรสาร 044-256-103
|
| | สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอพิมาย |
| |
 อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อยู่ในตัวอำเภอพิมายทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด การเดินทางใช้เส้นทางสายนครราชสีมา - ขอนแก่น (ทางหลวงหมายเลข 2) ระยะทางประมาณ 50 กม. ถึงแยกตลาดแค จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 206 อีก 10 กม.
ปราสาทหินพิมาย สร้างขึ้นระหว่างพุทธศตวรรษที่ 17-18 เพื่อเป็นพุทธสถานฝ่ายมหายานโดยสร้างมาก่อนปราสาทนครวัด ปราสาทหินพิมายมิได้เป็นศาสนสถานประจำรัชกาลของกษัตริย์กัมพูชาซึ่งนับถือศาสนาฮินดูแต่เป็นพุทธสถานของชุมชนชาวพุทธมหายานที่ขุนพลหรือเจ้าเมืองคนสำคัญของกษัตริย์กัมพูชาเป็นผู้ดำเนินการให้สร้างขึ้น องค์ปรางค์ประธานของของปราสาทหันหน้าไปทางทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ตั้งเมืองพระนครอันเป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรกัมพูชา ปราสาทหินพิมาย ประกอบด้วยปรางค์ใหญ่องค์กลาง มีกำแพงสี่เหลี่ยมล้อมรอบมีซ้มประตูสี่ทิศเป็นคูหาติดต่อกันโดยตลอดกำแพงสร้างด้วยหินทรายสีแดง กำแพงด้านเหนือและด้านใต้ยาว 220 เมตร กำแพงด้านตะวันออกและตะวันตกยาว 277.50 เมตร ด้านในกำแพงเป็นลานกว้าง มีสระน้ำใหญ่อยู่สี่มุมที่ลานชั้นนอกใกล้ซุ้มประตูด้านตะวันตกมีซากอาคารสร้างด้วยหินขนาดกว้าง 25.50 เมตร ยาว 26.50 เมตร
ปราสาทหินพิมาย เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00 - 18.00 ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท มียุวมัคคุเทศก์นำชมสถานที่ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และปิดเทอม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0-4447-1568
|
| | โฮมสเตย์บ้านปราสาท |
| |
แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท อยู่ที่ หมู่ 7 บ้านปราสาทใต้ ต.ธารปราสาท ห่างจากตัวเมืองประมาณ 45 กม. การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา - ขอนแก่น) ถึงหลัก กม.ที่ 44 มีทางแยกซ้ายมือเข้าไปอีก 1 กม. มีป้ายบอกทางชัดเจน ที่นี่เป็นแหล่งโบราณคดีที่ขุดแต่งใหม่ ดำเนินการโดยกรมศิลปากร ตามโครงการอีสานเขียว โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ นับเป็นแหล่งโบราณคีดแห่งที่ 2 ต่อจากบ้านเชียงที่ได้จัดทำเป็นลักษณะพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง จากหลักฐานที่ได้ค้นพบสันนิษฐานว่าบ้านปราสาทมีชุมชนอาศัยอยู่ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ปรากฏหลักฐานของกลุ่มวัฒนธรรมแบบทวารวดี และแบบเขมรโบราณ ระยะเวลาอยู่ในช่วงระหว่าง 2,500 - 3,000 ปีมาแล้ว นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณคดีแล้ว ททท. ยังได้สนับสนุนกิจกรรมชุมชนเพิ่มเติมในลักษณะ Home Stay ขึ้น ตั้งแต่ปี 2536 ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากต่างประเทศ 2 รางวัล คือ PATA GOLD AWAEDS 1994 และ THE ASEANTA AWARDS FOR EXCELLENCE IN TOURISM 1996 นักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (ที่พักทางวัฒนธรรม) แหล่งโบราณคดี่บ้านปราสาท สามารถติดต่อได้ที่ ชมรมการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท เลขที่ 282 ม.7 ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา 30420 โทรศัพท์/โทรสาร 0-4436-7075 (นายเทียม ละอองกลาง) ผู้ใหญ่บ้านบ้านปราสาทใต้
|
| | เมือง
เมืองโบราณอำเภอสูงเนิน |
| |
เมืองโบราณอำเภอสูงเนิน เป็นแหล่งชุมชนโบราณแห่งแรกของเมืองโคราช ถือเป็นจุดเริ่มต้นทางอารยธรรมขอมในอดีตโดยมี 2 แห่งคือ เมืองโบราณที่ตำบลโคราช ประกอบด้วยโบราณสถานสำคัญ 3 แห่งคือ ปราสาทโนนกู่ ปราสาทเมืองแขก และปราสาทเมืองเก่า เมืองโบราณอีกแห่งหนึ่งอยู่ที่ ต.เสมา มีการค้นพบพระนอนหินทรายและเสมาธรรมจักรเก่าแก่ในวัดธรรมจักรเสมาราม
ปราสาทโนนกู่ อยู่ที่บ้านกกกอก หมู่ 7 ต.โคราช ใช้เส้นทางหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ กม.ที่ 221-222 เข้าสู่ตัวอำเภอ จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางวัดญาณโสภิตาราม อีก 3 กม. ที่นี่เป็นศาสนสถานศิลปะขอมก่อด้วยอิฐปนหินทราย หลังเดียวบนฐานสูง ด้านหน้ามีวิหมารหันเข้าหาปราสาทประธานอยู่ 2 หลัง ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว มีซุ้มประตูทิศตะวันออก และทิศตะวันตก เป็นทางเข้า - ออก และที่ลานระหว่างวิหารทั้ง 2 นั้น พบโคนนทิ หมอบเคารพปราสาทประธานอันเป็นที่สถิตของพระศิวะมหาเทพ ตามความเชื่อของศาสนาฮินดูในราวพุทธศตวรรษที่ 16
ปราสาทหินเมืองเก่า อยู่ในวัดปราสาทเมืองเก่า ที่นี้คือ อโรคยาศาล ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรขอมทรงสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ.1728-1763 กรมศิลปากรลงความเห็นว่าเป็นเมืองสมัยทวารวดี ขุดพบวัตถุโบราณมากมายในบริเวณนั้น แต่ปัจจุบันเหลือเพียงเนินดินเป็นแนวยาวคล้ายกำแพง
ปราสาทเมืองแขก อยู่ถัดจากปราสาทโนนกู่เข้าไปอีก 600 เมตร เป็นศาสนสถานแบบศิลปขอม ก่อด้วยอิฐปนหินทราย มีปราสาท 3 หลัง ตั้งอยู่บนฐานเดียวกันหันหน้าไปทางทิศเหนือ ปัจจุบันเหลือเพียงมณฑป ด้านหน้าล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว และคูน้ำคันดิน อีกชั้นหนึ่งมีซุ้มประตูทิศเหนือเป้นทางเข้าออก นอกประตูซุ้มบนคันดินชั้นนอกสุดมีซากปราสาทขนาดย่อมอีกสองหลัง หน่วยศิลปากรได้ทำการขุดแต่งปราสาทเมืองแขกซึ่งได้พบทับหลังสลักลาย ตามแบบศิลปะขอมสมัยเกาะแกร์แปรรูป รวมทั้งศิลาจารึกที่ถูกนำมาก่อเป็นฐานประตูซุ้นชั้นนอกสุด ระบุ พ.ศ.1517 แสดงให้เห็นว่าปราสาทหลังนี้ คงสร้างขึ้นในกิจพิธีเคารพของคนชั้นสูง โดยถวายแด่พระศิวะมหาเทพราวพุทธศตวรรษที่ 16 มาก่อนที่จะถูกปรับปรุงในภายหลัง
|
| | การเดินทางไป อ.วังน้ำเขียว |
| |
 วังน้ำเขียว เป็นอำเภอหนึ่งที่อยู่ตอนใต้ของ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงเลยทำให้วังน้ำเขียวมีอากาศที่เย็นสบายเกือบทั้งปี ฝนตกชุก และมีหมอกมาก จะเห็นได้จากคำขวัญของอำเภอว่า 'วังน้ำเขียวเมืองหนาว ภูเขามากมาย น้ำตกหลากหลาย ผลไม้นานาพันธุ์ แดนสวรรค์เมืองหมอก'
การเดินทางไปวังน้ำเขียวไปได้แน่ๆ แม้ว่าจะไม่มีรถส่วนตัว โดยไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 มีรถทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือเลือกไปกับรถตู้ที่ต้นทางอยู่ทีอนุสาวรีย์ชัยฯ ใกล้กับโรงพยาบาลราชวิถี รถจอดที่วังน้ำเขียวเลย นับเป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุดในการเดินทางที่จะไปท่องเที่ยวยังอำเภอนี้ แต่หากมีรถส่วนตัวก็สามารถเลือกไปได้หลายเส้นทาง เส้นทางที่ 1 รังสิต-สระบุรีมวกเหล็ก-ปากช่อง-ปักธงชัย-วังน้ำเขียว
เส้นทางที่ 2 รังสิต-นครนายก-ปราจีนบุรี-วังน้ำเขียว
เส้นทางที่ 3 กรุงเทพฯ - ฉะเชิงเทรา - พนมสารคาม - กบินทร์บุรี- วังน้ำเขียว
เส้นทางที่ 4 นครราชสีมา - ปักธงชัย - วังน้ำเขียว
|
| | การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา |
| |
เดินทางโดยรถยนต์ ไปได้ 2 เส้นทาง
1. เส้นทางด้านปากช่อง จากกรุงเทพฯ แยกขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่สระบุรี ก่อนถึงปากช่องให้เลี้ยวขวาตรงทางต่างระดับไปตามทางหลวงหมายเลข 2090 (ถนนธนะรัชต์) ประมาณ 25 กิโลเมตร จะถึงด่านตรวจหน่วยพิทักษ์ฯ ขญ.1 (ด่านตรวจ) ควรแวะซื้ออาหารและเติมน้ำมันให้เต็มถังที่ปากช่องก่อนเข้าถนนธนะรัชต์จะสะดวกกว่า เมื่อผ่านด่านตรวจ ถนนจะไต่ระดับลดเลี้ยวไปตามไหล่เขาค่อนข้างชัน แต่ถนนจะดีกว่าทางด้านปราจีนบุรี ประมาณ 12 กิโลเมตร ถึงที่ทำการฯ รวมระยะทางประมาณ 200 กิโลมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
2. เส้นทางด้านปราจีนบุรี จากกรุงเทพฯ แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 305 ที่รังสิต ไปอำเภอองครักษ์ นครนายก ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 (ถนนสุวรรณศร) ที่ตัวเมืองนครนายก ผ่านอำเภอปากพลี ถึงวงเวียนศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือสี่แยกเนินหอม ปราจีนบุรี ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 3077 ประมาณ 11 กิโลเมตร จะถึงด่านตรวจหน่วยพิทักษ์ฯ ขญ.12 (เนินหอม) น้ำมัน อาหารและของใช้หาซื้อได้บริเวณสี่แยกเนินหอม จากด่านทางจะเริ่มสูงชัน ซึ่งส่วนใหญ่ชำรุด ควรขับอย่างระมัดระวัง จากด่านถึงที่ทำการฯ ประมาณ 40 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที เส้นนี้ใกล้กว่าทางอำเภอปากช่อง
เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง มี 2 เส้นทาง แต่ไปทางปากช่องจะสะดวกกว่า
1. ด้านปากช่อง มีรถปรับอากาศชั้น 1 สายกรุงเทพฯ - นครราชสีมา จากสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ (ตลาดหมอชิดใหม่) มีรถเที่ยว 01.00-06.00 น. ออกทุก ๆ 1 ชั่วโมง รถเที่ยว 07.00-22.00 น.ออกทุก 30 นาที ลงที่ปากช่อง ราคา 95 บาท รถธรรมดา มีรถตลอด 24 ชั่วโมง รถออกทุก ๆ 30 นาที ลงที่ปากช่อง ราคา 77 บาท
จากปากช่องมีรถสองแถวไปถึงด่านตรวจใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ 12 บาท มีเที่ยวตั้งแต่ 06.00-17.00 น. จากด่านโบกรถ หรือให้เจ้าหน้าที่ช่วยโบกไปลงที่ทำการฯ หรือผากล้วยไม้ เที่ยวกลับมีรถออกจากด่านตรวจเที่ยวสุดท้าย 15.00 น. หรือเหมารถสองแถวจากด่านตรวจขึ้นเขาใหญ่ ราคาประมาณ 300 บาท ต่อเที่ยว ไม่ควรเหมารถจากปากช่องไปเขาใหญ่โดยตรง ควรใช้วิธีนั่งรถโดยสารจากปากช่องแล้วมาเหมารถต่อที่ด่านตรวจจะประหยัดกว่า
2. ด้านปราจีนบุรี มีรถปรับอากาศชั้น 2 มีเที่ยว 05.20, 06.20, 11.15, 14.20, 15.50 และ 16.45 น. ราคา 62 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2936-2988 ลงรถที่สี่แยกเนินหอม จากนั้นต้องเหมารถไปส่งที่ด่านเนินหอม ราคาประมาณ 80 บาท แล้วรอขออาศัยรถไปลงที่ทำการฯ หรือผากล้วยไม้ หรือจะเหมารถขึ้นเขาใหญ่ก็ได้ ราคาประมาณ 400 บาท หรือตามตกลง
เดินทางโดยรถไฟ
มีรถไฟขบวนธรรมดาออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ ทุกวัน มีเที่ยว 18.45, 22.45 น. ราคา 72 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2223-7010, 0-2223-7020
สำหรับค่าธรรมเนียมขึ้นเขาใหญ่ ยานพาหนะ 4 ล้อ 25 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ 200 บาท นักท่องเที่ยวต้องชำระค่าธรรมเนียมที่ด่านตรวจ เพื่อใช้บัตรแสดงเมื่อผ่านเข้า ออก ภายใน 1 วัน โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมซ้ำอีก โดยจะอนุญาตให้ยานพาหนะผ่านเข้าออกด่านตรวจได้ระหว่าง 06.00-21.00 น. เท่านั้น
|
| | พิพิธภัณฑ์สถานมหาวีรวงศ์ |
| |
ตั้งอยู่ในบริเวณวัดสุทธจินดา ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด มีศิลปะวัตถุทั้งที่สมเด็จมหาวีรวงศ์รวบรวมไว้ โบราณวัตถุที่กรมศิลปากรได้สำรวจขุดพบในเขตขังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียงและที่มีผู้บริจาค เช่นพระพุทธรูปศิลาสมัยขอม สมัยอยุธยา เครื่องเคลือบดินเผาขนาดต่างๆ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ เครื่องใช้สมัยโบราณ ภาพไม้แกะสลัก ซึ่งนำมาจากวัดโบราณ
พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 09.00 - 16.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย คนละ 5 บาท ชาวต่างประเทศ คนละ 10 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร (044) 242958
|
| | วัดป่าสาละวัน |
| |
อยู่หลังสถานีรถไฟนครราชสีมา เป็นวัดที่เก็บพระอัฐิธาตุของอาจารย์เสา อาจารย์มั่น และอาจารย์ทิม
นอกจากนี้ ยังมีวัดเก่าแก่อีกหลายแห่งได้แก่ วัดบูรพ์ วัดอิสาน วัดพายัพ ตั้งอยู่ในตัวเมืองเก่า ณ ทิศตามชื่อวัด วัดกลางอยู่กลางเมือง ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชื่อวัดพระนารายณ์มหาราช นอกจากนี้ยังมี วัดสระแก้ว วัดบึง วัดแจ้ง วัดสมอราย และวัดสามัคคี วัดทั้งหมดนี้เป็นวัดโบราณคู่บ้านคู่เมือง สมัยเริ่มสร้างเมืองโคราช
|
| | วัดศาลาทอง |
| |
เป็นที่ตั้งของวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่บ้านหัวทะเล ต.หัวทะเล วัดศาลาทองเป็นวัดธรรมยุติเก่าแก่ตั้งอยู่บนเนิน เดิมบริเวณวัดเป็นป่าทึบและมีพระพุทธรูปนั่งองค์ใหญ่ ปางเลไลย์ ทำจากหิน ต่อมาจึงได้สร้างพระอุโบสถครอบไว้ ในวัดนี้เดิมมีพระบรมสารีริกธาตุซึ่งอัญเชิญมาจากเชียงตุง 4 องค์ ต่อมาอีก 2 องค์ ถูกอัญเชิญไปบรรจุในเจดีย์ที่วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน กรุงเทพฯ เหลือเพียง 2 องค์ จึงได้สร้างพระเจดีย์องค์ใหญ่ครอบพระเจดีย์องค์เดิมไว้ ในทุกๆปี จะมีเทศกาลตรุษสงกรานต์ได้มีพิธีไหว้พระพุทธรูปเป็นประจำ
|
| | วัดศาลาลอย |
| |
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมือง ทางเข้าจากถนนรอบเมืองเข้าไปประมาณ 500 เมตร อยู่ติดกับลำตะคองซึ่งใหลลงสู่แม่น้ำมูล ท้าวสุรนารีกับท่านปลัดสามีสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2370 ปัจจุบันได้ปรับปรุงพระอุโบสถ จนมีความงามแปลกตา เป็นลักษณะศิลปะประยุกต์ สร้างเป็นรูปสำเภาโต้คลื่น ใช้วัสดุพื้นเมือง คือใช้กระเบื้องดินเผาด่านเกวียน ผนังด้านหน้าอุโบสถเป็นภาพพุทธประวัติตอนมารผจญ ผนังด้านหลังเป็นภาพดินเผาตอนพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวคึงส์ บานประตูเป็นโลหะลายนูน ภาพเล่าเรื่องเวชสันดรชาดก (13 กัณฑ์) ภายในมีพระประธานปูนปั้นสีขาว ปางห้ามสมุทร หรือปางห้ามญาติ เป็นพระพุทธรูปยืนประทับ ณ ประตูเมืองสังกัสนคร ผนังด้านหลังเป็นเสมือนเงาของพระพุทธองค์สมเด็จพระสังฆราชได้ทรงถวายพระนามว่า ' พระพุทธประพัฒน์สุนทรธรรมพิศาลศาลาลอยพิมาลวรสันติสุขมุนินทร์' เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2520 ด้านหน้าอุโบสถเป็นสระน้ำ มีศาลากลางสระ ภายในมีปูนปั้นรูปคุณหญิงโมนั่งพนมมือ สำหรับกำแพงแก้วเป็นรูปเสมาสัญลักษณ์ของเมืองเสมาเดิม ซึ่งเป็นเมืองเก่าของเมืองนครราชสีมา
|
| | ศาลเจ้าหลักเมือง |
| |
ตั้งอยู่ที่ถนนจอมพล มุมวัดพระนาายณ์มหาราช เป็นที่ประดิษฐานหลักเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด ชาวเมืองทั้งชาวไทยและ ชาวจีนเคารพนับถือ ไปสักการะบูชาเป็นประจำ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือแห่งนี้ได้สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ระหว่างพ.ศ. 2199-2231 ตัวศาลและเสาหลักเมืองทำด้วยไม้ ในบริเวณผนังของศาล ด้านทิศตะวันออกเป็นกระเบื้องดินเผาปั้นลวดลายนูนต่ำ เป็นเรื่องราวการสู้รบของท้าวสุรนารีและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในสมัยโบราณ
|
| | ประตูชุมพล |
| |
ในอดีตเมืองนครราชสีมาโบราณมีประตูทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ ประตูพลแสน ประตูพลล้าน ประตูไชยณรงค์ และประตูชุมพล
ประตูชุมพลแห่งนี้เป็นประตูเดียวที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน ตั้งอยู่หลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เป็นประตูเมืองด้านทิศตะวันตกของเมืองนครราชสีมา สร้างขึ้นในสมัยพระนารายณ์มหาราช ในพ.ศ. 2199 อันเป็นปีที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์โปรดให้สร้างเมืองนครราชสีมาขึ้นเป็นเมืองหน้าด่านโดยมีช่างชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นมิตรประเทศกับกรุงศรีอยุธยาในขณะนั้น เป็นผู้ออกแบบวางผังเมือง เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 1,000 X 1,700 เมตร ลักษณะของประตูชุมพล เป็นประตูเชิงเทิน ก่อด้วยหินก้อนใหญ่ และอิฐก่อและฉาบด้วยปูน ทาสีขาว ส่วนบนของประตูเชิงเทินเป็นหอรบสร้างด้วยไม้แก่น หลังคามุงกระเบื้อง ประดับด้วยช่อฟ้ากระจัง และนาคสะดุ้ง มีกำแพงก่อจากประตูอีกทั้งสองข้างก่อด้วยอิฐส่วนบนทำเป็นรูปใบเสมากรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อ วันที่ 27 กันยายน 2479
|
| | อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี |
| |
สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 2477 ตั้งอยู่หน้าประตูชุมพล ซึ่งเป็นประตูเมืองด้านทิศตะวันตก อนุสาวรีย์เป็นรูปหล่อทองแดงรมดำ สูง 1.85 เมตร หนัก 325 กิโลกรัม ประดิษฐานอยู่บนแท่นสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สูง 2.5 เมตร รูปหล่อท้าวสุรนารีแต่งกายด้วย เครื่องยศพระราชทาน มือขวากุมดาบ ปลายดาบจรดพื้น มือซ้ายท้าวสะเอว หันหน้าไปทางทิสตะวันตก ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงเทพฯ อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นที่ เคารพสักการะของชาวนครราชสีมา และจังหวัด ใกล้เคียง มีงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี เป็นประจำทุกปี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน
|
| | สระหงส์ |
| |
อยู่ในบริเวณวัดเขาสระหงส์ ในท้องที่ตำบลนาเสียว อ.เมือง ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 12 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 2051 ทางด้านซ้ายมือ (ทางแยกซ้ายเข้าอ่างเก็บน้ำช่อระกา) เป็นสระโบราณอยู่กลางเนินเขาเตี้ย ๆ กว้างประมาณ 5 วา ห่างจากสระนี้ไปประมาณ 3 เมตร มีหินก้อนหนึ่งมีลักษณะคล้ายรูปหงส์ ซึ่งเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ
|
| | วัดพระพุทธบาทภูแฝด |
| |
อยู่ที่ ต.นาเสียว ห่างจากตัวเมืองประมาณ 23 กม. เส้นทางเดียวกับภูพระ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 201 (ชัยภูมิ-แก้งคร้อ) เป็นเนินเขาเตี้ยๆ มีรอยพระพุทธบาทในก้อนหินคล้ายพระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรี ทางเข้าวัดทั้งสองข้างมีต้นไม้เรียงรายตลอดแนวดูแล้วร่มรื่นยิ่งนัก
|
| | ใบเสมาหินทราย |
| |
อยู่ที่บ้านกุดโง้ง ต.หนองนาแซง เป็นใบเสมาหินทรายแดงปักอยู่รอบ ๆ หมู่บ้านซึ่งเดิมเป็นชุมชนโบราณในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 ประกอบด้วยกลุ่มใบเสมาหินทรายทั้งไม่จำหลักและมีจำหลักเป็นเรื่องราวชาดกต่างๆ นอกจากนี้ใบเสมาบางแผ่นปรากฏมีจารึกอักษรปัลลวะของอินเดียใต้ และบางแผ่นสลักเป็นรูปกวางหมอบ ในบริเวณบ้านกุดโง้งเชื่อว่ายังมีโบราณวัตถุฝังอยู่อีกมากแต่ยังไม่มีการขุดค้น การเดินทางไปชมโบราณวัตถุใบเสมาหินบ้านกุดโง้ง จากตัวเมืองไปตามเส้นทางสายชัยภูมิ-สีคิ้ว แยกซ้ายเข้าบ้านขวาน้อย ผ่านหมู่บ้านหลายแห่งจนถึงบ้านกุดโงง้ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 16 กม.
|
| | วัดศิลาอาสน์ (ภูพระ) |
| |
ตั้งอยู่ที่บ้านนาไก่เซา ต.นาเสียว ห่างจากตัวเมืองประมาณ 19 กม.การเดินทาง ไปได้สองทาง 1. เส้นทางสายชัยภูมิ-อุทยานฯตาดโตน เป็นทางลาดยาง แล้วแยกขวาที่บ้านนาสีนวลจนถึงภูพระ ระยะทางประมาณ 3 กม. 2. เส้นทางสายชัยภูมิ-แก้งคร้อ เป็นถนนลาดยางประมาณ 13 กม. แล้วแยกซ้ายเข้าบ้านนาเสียวอีกประมาณ 6 กม. ถึงภูพระ
ปัจจุบันมีการสร้างวัดขึ้นในบริเวณนี้ชื่อว่า "วัดศิลาอาสน์" บริเวณวัดมีเพิงผาหินมีภาพจำหลักกลุ่มพระพุทธรูปอันเป็นที่มาของชื่อ ภูพระ และเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านปัจจุบันได้สร้างมณฑปจัตุรมุขคลุมเพิงผาไว้ ภายในประกอบด้วยพระพุทธรูปองค์ใหญ่เรียกว่า "พระเจ้าองค์ตื้อ" ทุกปีมีงานนมัสการพระพุทธรูปที่ภูพระในช่วงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 และวันขึ้น 13 ค่ำเดือน 5 ปีละ 2 ครั้ง รวม 3 วัน
|
| | ปรางค์กู่ |
| |
ตั้งอยู่ที่บ้านหนองบัว ต.ในเมือง ห่างจากศาลากลางจังหวัดชัยภูมิประมาณ 1 กม. เป็นอโรคยาศาล สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1724-1763 ให้อยู่ใต้บารมีของพระพุทธเจ้าผุ้ทรงการแพทย์ คือ พระไภษชัยคุรุไวฑูรย์ประภา ผุ้ประทานความสุขเกษมและความไม่มีโรคให้แก่ประชาชน เป็นปรางค์ศิลาแลงทั้งหลัง มีประตูเข้าทางทิศตะวันออก อีกสามด้านเป็นประตูหลอก มีกำแพงรูปสี่เหลี่ยมสร้างด้วยศิลาแลงล้อมรอบ ภายในมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ มีเศียรเทวดาอิทธิพลศิลปะขอมทับหลังที่กรอบประตูทางด้านทิศเหนือสลักเป็นรูปไตรรัตนมหายาน ปัจจุบันเป็นโบราณสถานที่สำคัญ และมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด
|
| | ศาลเจ้าพ่อพญาแล |
| |
ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ 4 กม. ตามเส้นทางสายชัยภูมิ-บ้านเขว้า (ทางหลวงหมายเลข 225) มีแยกขวาเข้าสู่หนองปลาเฒ่า เป็นที่สถิตย์ของดวงวิญญาณของพระยาภักดีชุมพล ซึ่งถูกทหารลาวจับมาประหารชีวิต ณ สถานที่แห่งนี้ เพราะเอาใจออกห่างจากพระเจ้าแผ่นดินลาว และยังเป็นศุนย์กลางที่ยึดเหนี่ยวจิดใจชาวเมืองชัยภูมิ ทุกปีจะมีงานสักการะศาลเจ้าพ่อในช่วงเดือน 6 ก่อนวันวิสาขบูชาและมีพิธีเซ่นไหว้รำผีฟ้าถวายเจ้าพ่อเป็นประจำ
|
| | อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) |
| |
ประดิษฐานอยู่ตรงวงเวียนศูนย์ราชการ ปากทางเข้าสู่ตัวเมืองชัยภูมิ อนุสาวรีย์แห่งนี้ ชาวจังหวัดชัยภูมิได้ร่วมใจกันสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2518 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระยาภักดีชุมพลผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ ซึ่งชาวชัยภูมิทั้งหลายเรียกท่านว่า 'เจ้าพ่อพญาแล' และระหว่างวันที่ 12 - 20 มกราคม ของทุกปี ชาวจังหวัดชัยภูมิจะจัดงานฉลองอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล หรือ งานเจ้าพ่อพญาแล ขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของเจ้าพ่อ ผู้สร้างเมืองชัยภูมิคนแรก ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดและสี่แยกบริเวณอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล
|
| | การเดินทางไปจังหวัดชัยภูมิ |
| |
ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงสระบุรีแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) แยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ที่ อ.สีคิ้ว ผ่าน อ.ด่านขุนทด อ.จัตุรัส เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ รวมระยะทางประมาณ 332 กม. จากจังหวัดนครราชสีมา เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 2 ผ่าน ต.จอหอ แล้วใช้ทางหลวง 205 ผ่าน อ.โนนไทย ตรงไปจนถึงสี่แยก ต.หนองบัวโคก อ.จัตุรัส แล้วเลี้ยวขวาไปทางหลวง 201 เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ ระยะทาง 119 กม.
ทางรถไฟ จ.ชัยภูมิ มีเส้นทางรถไฟผ่านพื้นที่ทางตอนใต้ของจังหวัด ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างอำเภอแก่งคอย จ.สระบุรี อำเภอบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา อำเภอเทพสถิต - บำเหน็จณรงค์ - จัตุรัส จ.ชัยภูมิ แล้วนั่งรถยนต์เดินทางเข้าสู่ตัวจังหวัดอีก 51 กม. รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2223-7010 0-2223-7020 ต่อ 5100-1 หรือ 1690
รถโดยสารประจำทาง บริษัทขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถระหว่างกรุงเทพฯ - ชัยภูมิ ทุกวัน รายละเอียดการเดินทางติดต่อได้ที่ โทร. 0-2271-0101-5 (รถธรรมดา) และ 0-2279-4484-7 (รถปรับอากาศ) ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร
|
| | การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูแลนคา |
| |
เป็นอุทยานที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก การเดินทางจากตัวเมืองชัยภูมิใช้ทางหลวงหมายเลข 2051 ระยะทางประมาณ 6 กม. แยกซ้ายเข้าทางหลวง 2159 ทางไปอำเภอหนองบัวแดงอีก 20 กม. ก็จะพบที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือ หรือหากไม่มีรถยนต์ส่วนตัวก็มีรถสองแถวสายชัยภูมิ - หนองบัวแดง วิ่งผ่านหน้าที่ทำการอุทยานฯ
|
| | การเดินทางไปอุทยานแห่งฃาติป่าหินงาม |
| |
รถยนต์ส่วนตัว จากรุงเทพฯ เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน จ.สระบุรี - สามแยกพุแค แล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 21 ไปยังบ้านลำนารายณ์ จากนั้นเลี้ยวขวา ไปตามทางหลวงหมายเลข 205 เส้นทาง ลำนารายณ์ - ชัยบาดาล - ลำสนธิ - เทพสถิต ก่อนถึงที่ทำการอำเภอเทพสถิตประมาณ 1 กม. เลี้ยวซ้ายไป อ.หนองบัวระเหวใช้ระยะทางประมาณ 13 กม. ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม รถไฟ จากหัวลำโพง มาลงที่สถานี วะตะแบก-เทพสถิต จากนั้นนั่งรถประจำทางมาลงปากทางเข้าอุทยาน และเหมารถรับจ้างหรือรอรถโดยสาร หรือโทรฯ แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อำนวยความสะดวกก็ได้ ที่เบอร์ 0-4489-0105 , 0-1265-017
|